วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

จาก Central Bangna - Rangsit University


ดู My Saved Places ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Rich Internet ?

Rich Internet คือ ?

หากจะพูดถึง Rich Internet เราต้องมาพูดถึง Web 2.0 กันก่อนแล้ว Web 2.0 คืออะไรล่ะ Web 2.0 ก็คือสิ่งที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีเว็บไซต์ จากเมื่อก่อนเราไม่สามารถตอบโต้กับเจ้าของเว็บไซต์ได้ ได้แต่เข้ามาดูแล้วก็จากไป(ประมาณว่าหลอกให้อยากแล้วจากไป) แต่ Web 2.0 สามารถให้คุณได้มากว่านั้น โดยที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะมีส่วนร่วมต่อเว็บไซต์มากขึ้นไม่ใช่แค่เข้ามาชมเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บไซต์จัดขึ้นมาเท่านั้น ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถสร้าง Content ของเว็บไซต์หรือสามารถ Tag Content ของเว็บไซต์ (คล้ายๆการกำหนด Keywordที่เกี่ยวข้องกับContent โดยผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นผู้กำหนดขึ้น) ยกตัวอย่างเช่น Youtube,Wiki,Flickr เป็นต้น (อ้าว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Rich Internet วะ) โดย Web 2.0 เนี่ยมันจะคุณสมบัติที่เรียกว่า RIA หรือ Rich Internet Application (เข้าเรื่องซักที) นั่นคือ Web 2.0 Application จะมี Userinterface ที่ดียิ่งขึ้น เช่นคุณสมบัติ Drag & Drop ซึ่งเราใช้กับใน Desktop Application ทั่วๆไปก็สามารถใช้ได้บนเว็บเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Google Docs สามารถใช้แทน Microsoft Office ได้ โดยทุกอย่างที่ Microsoft Office ทำได้ Google Docs ก็สามารถทำได้เช่นกัน(บร๊ะเจ้า) ยัง ยังไม่หมดแค่นี้ Web 2.0 ยังมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Mash-Up ก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนนึงของ Web 2.0 Application นั่นก็คือการที่เราสร้าง Web Application ขึ้นมาสักตัวนึงแล้วเราสามารถเปิด Service ของ Web Application ให้คนอื่นๆสามารถมาใช้ได้ยกตัวอย่างเช่น ผมสร้าง Web Application เกี่ยวกับระบบการซื้อขายสินค้า Online ขึ้นมาโดยผมสามารถ Mash-Up ระบบของผมเข้ากับ Google Maps ได้อย่างง่ายดายเพื่อที่จะทำ Web Application ของผมนั่นมีความสามารถในการซื้อขายสินค้า Onlineแล้วยังสามารถคำนวนระยะทางและเวลาในการขนส่งสินค้าไปให้ลูกค้ารวมทั้งสามารถพิมพ์แผนที่เส้นทางได้ โดยที่ผมไม่ต้องสร้าง Application สำหรับสร้างแผนที่ขึ้นมาเองเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่คุณจะสามารถใช้งานโปรแกรมพวกนี้ได้ คุณจะต้องใช้งาน Internet ได้ซะก่อน เพราะโปรแกรมพวกนี้ ต้องใช้งาน Internet ในการทำงาน สรุปแล้ว Rich Internet Application ก็คือคุณสมบัติที่มีอยู่ใน Web 2.0 เป็นโปรแกรมที่สามารถ ทำงานได้เสมือน Desktop Application เพียงแต่ต้องมี Internet เชื่อมต่อเท่านั้นเอง

อ้างอิงจาก http://www.cmfreecode.co.cc/index.php?module=article/view&id=543